วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Learning Log Week 09 [010210]

สิ่งที่ได้เรียนรู้

- Present site Structure 50%

วิธีการอัพ Joomla ขึ้นบน Free Server

1. ดู server ที่เราจะนำไปฝากไว้ครับว่าเขารองรับ CMS Joomla หรือป่าว

2. แบ็คอัพเว็บไซต์เราก่อน เพื่อความปลอดภัย

3.Export ไฟล์ฐานข้อมูลของเว็บไซต์ออกมา

4. แก้ไข ไฟล์ configuration.php หลักการของขั้นตอนนี้ก็คือ ทุกเว็บไซต์ที่สร้างด้วย Joomla รายละเอียดการทำงานของเว็บไซต์ จะถูกบันทึกเก็บเป็นค่าไว้ในไฟล์ configuration.php และไฟล์นี้จะอยู่ที่ไดเรกทอรีรากของเว็บไซต์ ในไฟล์นี้มีส่วนหลักๆที่เราต้องแก้ก็ เช่น ชื่อโฮสต์ของเว็บเซิร์ฟเวอร์ ชื่อผู้ใช้ฐานข้อมูล รหัสผ่านใหม่ สำหรับเข้าใช้ฐานข้อมูล ชื่อผู้ใช้งาน FTP เป็นต้น

เมื่อแก้ไขทั้งหมดแล้ว ก็ให้ทำการ SAVE ไว้ที่เดิม

5. อัพโหลดทุกไฟล์ไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่ใหม่โดยใช้ FTP

6.Import ฐานข้อมูลของเราขึ้นไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์ โดยผ่าน phpmyadmin

7. ทดลองเข้าเว็บไซต์ของเรา เป็นอันจบขั้นตอน

ทั้งนี้ ในขณะเพื่อนบรรยา ขาพเจ้าทำตามไม่ทันในหลายๆขั้นตอน เวลาจริงอาจต้องให้เพื่อนมาสอนอีกครั้ง

เว็บที่ jump แนะนำในการอัพโหลด joomla ที่เราได้ทำขึ้นค่ะ http://www.thport.com/

สิ่งที่ต้องค้นคว้าเพิ่มเติม

- ปรับปรุง website joomla

- upload joomla ที่เสร็จแล้วขึ้น free server


ข้อเสนอแนะ

- รู้สึกว่า jump เก่งมากๆเลยค่ะ เป็น TA joomla ได้เลยทีเดียว ^^

Learning Log Week 08 [180110]


สิ่งที่ได้เรียนรู้

ทบทวนการติดตั้ง Joomla

- การเปลี่ยนIcon Website การสร้างโลโก้โดยการออกแบบเอง มีวิธีการดังนี้

>สร้างไฟล์ภาพหรือโลโก้ที่ตนเองต้องการตามขนาด 298*75 pixel

>ตั้งชื่อไฟล์ว่า wm_joomla_logo.png แล้วนำไปวางทับไฟล์เดิม

- ติดตั้ง Plug in พิเศษที่เตรียมไว้ให้

- ทำ workshop การสร้างบทความต่างๆ ตาม Section และ Categorizes

- การสร้างเมนูสำหรับสมาชิก โดยการ Log in

-เทคนิคการสร้างPop-up เมื่อเปิดหน้าเว็บ


สิ่งที่ต้องค้นคว้าเพิ่มเติม

- ศึกษา Joomla เพิ่มเติม

- ทำ site structure ของเวป แล้วเตรียมพรีเซนท์


ข้อเสนอแนะ

- วันนี้รู้สึกว่าการทำ Joomla มีอะไรมากมาย อาจเพราะไม่ได้กลับไปทบทวน แต่ถ้าทบทวนแล้วน่าจะเข้าใจมากกว่านี้ค่ะ

Learning Log Week 07 [040110]

สิ่งที่ได้เรียนรู้

- CMS และ LMS และ ขั้นตอนการติดตั้ง joomla

CMS >> Content Management System

เป็นระบบบริหารจัดการเว็บไซต์ ผู้ใช้งานไม่มีความรู้ในการเขียนโปรแกรมก็สามารถเขียนเว็บไซต์ได้ ประกอบด้วยระบบต่างๆ เช่น ระบบจัดการบทความและข่าวสาร ระบบจัดการสมาชิก ระบบสืบค้นข้อมูล ระบบจัดการไฟล์ดาวน์โหลด เป็นต้น

ซอฟต์แวร์ที่ใช้สร้าง CMS

WordPress

Drupal

Google Site

Mambo เคยเป็นต้นแบบของ Joomla

Joomla จุดเด่น คือ สามารถปรับแต่งหน้าตาเว็บไซต์ ฟังก์ชั่นต่างๆมากมาย

LMS >>Learning Management System

เป็นระบบที่นำเสนอความรู้ จัดเก็บข้อมูลเพื่อติดตามสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นและสนับสนุนการเรียนการสอนอีเลินนิ่งให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย เช่น การสร้างบทเรียน สร้างกิจกรรมออนไลน์ การจัดประเมินออนไลน์ การตรวจสอบเวลาของผู้เรียน เป็นต้น

ซอฟต์แวร์ที่ใช้สร้าง LMS

Blackboard เป็น LMS แบบ Liscene มีลิขสิทธิ์

TCU-LMS

Sakai Project

ATutor
Moodle ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน สามารถใช้สร้างบทเรียนและจัดการเรียนการสอนออนไลน์ได้ดี การออกแบบค่อนข้างจะตายตัว

Learnsquare นักเรียนสามารถเรียนได้ตามอัธยาศัย มีวีดีโอที่สามารถโต้ตอบได้เหมือนเรียนในห้อง


ขั้นตอนการติดตั้ง AppServ เพื่อติดตั้ง Joomla ในเครื่อง

1. คลิกตัวติดตั้ง AppServ
2. Click Next
3. Click I Agree
4. ตั้งค่ามาตรฐาน C:\AppServ
5. เลือก Component ที่ต้องการ Click Next
6. ตั้งชื่อ Server Localhost –E-mail
7. ระบุรหัสผ่านของฐานข้อมูล
8. Click install
9. Click Next – Click Finish
10. กลับไปที่ Folder Joomla คลิกขวา Folder Joomla คัดลอก ไปยังตำแหน่งที่ติดตั้ง Appserv
11. ไปที่ Folder- www
12. วาง Folder Joomla ที่คัดลอกไว้

ขั้นตอนการติดตั้ง Joomla

กรณีทดสอบระบบในเครื่องให้ใช้http://lacalhost/ชื่อโฟล์เดอร์ที่ตั้งไว้
1. พิมพ์ที่อยู่เว็บที่ติดตั้ง Joomla ไว้
2. เลือกภาษาที่ต้องการ TH คลิก Next – Next
3. ระบุชื่อ Host : Localhost
4. ระบุชื่อผู้ใช้ฐานข้อมูล Root
5. ระบุชื่อฐานข้อมูล joomla
6. คลิก Next Next
7. ระบุชื่อเว็บไซต์ My Website
8. ใส่ E-mail ของผู้ดูแลระบบ
9. ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลระบบ
10. คลิก ถัดไป คลิก ตกลง

ให้ลบโฟลเดอร์ installation ใน Folder Joomla ที่เราติดตั้งไว้ก่อน

Front-end & Back-end

Front-end หน้าเว็บไซต์แสดงเนื้อหา
Back-end ส่วนของผู้ดูแลระบบ
ระบุที่อยู่ของเว็บ http://lacalhost/ชื่อโฟลเดอร์ที่ตั้งไว้
Front-end จะประกอบด้วยหลาย Module

Back-end ไปที่ http://localhost/ชื่อโฟลเดอร์ที่ตั้งไว้/administrator
เมนู1 Site การจัดการไฟล์ การตั้งค่าเบื้องต้น
เมนู 2 Menus จัดการเมนูและลิงค์
เมนู 3 Content จัดการกลุ่มของบทความ
เมนู 4 Component จัดการ Componentต่างๆ
เมนู 5 Extensions การปรับตั้งค่าอื่นๆ
เมนู 6 Tools รวบรวมเครื่องมือสนับสนุนการทำงานในระบบต่างๆ
เมนู 7 Help รวบรวมข้อมูลให้ความช่วยเหลือต่างๆ

การจัด Content บน Joomla

โครงสร้างการจัด Content บน Joomla ประกอบด้วยโครงสร้าง 3 ส่วน คือ
1. Article คือ ข้อมูลหรือเนื้อหาในแต่ละหน้าของเว็บไซต์
2. Category หมวดหมู่ย่อยของ Article ซึ่งเก็บรวบรวม Article ที่อยู่ในหมวดเดียวกัน
3. Section คือ หมวดหมู่หลักของ Article ซึ่งเก็บรวบรวม Category ที่อยู่ในหมวดเดียวกันไว้ด้วยกัน
Section – Category – Article

ใน กรณีที่เว็บไซต์ไม่ใหญ่และต้องการความรวดเร็ว ผู้ใช้สามารถสร้าง Article ไม่ให้จัดอยู่ในหมวดหมู่ใดก็ได้ ถือว่าเป็น Article แบบโดดๆ ที่เรียกว่า Uncategorized มักใช้กับข้อมูลเฉพาะที่ไม่มีการแก้ไขหรือไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลักเช่น เงื่อนไขลิขสิทธิ์ หรือกฎระเบียบข้อตกลง


สิ่งที่ต้องค้นคว้าเพิ่มเติม

- ศึกษา การทำ Joomla เพิ่มเติม

- เตรียม present WebQuest

ข้อเสนอแนะ

- วันนี้เนื้อหาเยอะพอสมควร การทำ Joomla เหมือนจะง่ายแต่รายละเอียดเยอะหากลองศึกษาเพิ่มเติมอาจเข้าใจมากขึ้นค่ะ

Learning Log Week 06 [151209]

Learning Log Week 06 [151209]

สิ่งที่ได้เรียนรู้

-ได้รับ comment ของ webquest ที่ทำมา 50% ว่า

>ควรปรับสีพื้นหลังให้สว่างกว่านี้

>Banner อาจจะะเคลื่อนไหวได้

> ส่งเนื้อหาให้อาจารย์ตรวจเช็คดูอีกครั้ง


สิ่งที่ต้องค้นคว้าเพิ่มเติม

- จัดทำ WebQuest ให้ครบ 100%

- ปรับแก้ตามข้อเสนอแนะของอาจารย์

- ส่งเอกสารให้อาจารย์ตรวจเช็คอีกที

ข้อเสนอแนะ

- การที่อาจารย์ให้แต่ละกลุ่มมาพรีเซนท์ความคืบหน้าของงานถือว่าเป็นสิ่งที่ดีค่ะเพราะนอกจากจะได้รู้ว่าควรปรับแก้หรือทำต่อไปในทางไหน ก่อนที่ชิ้นงานจะออกมาแล้ว ยังทำให้เห็นความคืบหน้าของผลงานของเพื่อนและสามารถนำไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นค่ะ

วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 05 [301109]

สิ่งที่ได้เรียนรู้

-ได้เรียนรู้การทำภาพ แอนิเมชั่นจากโปรแกรม Image ready

-ได้เรียนรู้การทำเวปไซต์ด้วยโปรแกรม Dreamweaver

การตั้งค่า Site

ก่อนสร้างเว็บต้องตั้งค่าเพื่อให้ไฟล์รวมอยู่ในที่เดียว>> Server Technology เลือก no เพราะจะสร้าง HTML >> เลือกโฟลเดอร์ที่จะเก็บข้อมูลทั้งหมดจากทีได้สร้างไว้แล้ว หรือสร้างใหม่ก็ได้ >> Remote Server เลือก none เสร็จสิ้นการตั้งค่า

การตั้งค่าภาษา

เลือก Page properties >>เลือก Title/Encoding >> เปลี่ยนEncoding เป็น Unicode (UTF-8)

การสร้างตาราง

เลือก insert >> table >> 2 Rows 2 Columns ปรับหน่วยเป็น pixel ตารางจะคงที่ ปรับหน่วยเป็น percent ตารางปรับตามหน้าจอ โดยให้ Border thickness เป็น 0 จะได้ไม่มีขอบ >> คลิกที่ช่องล่างขวา แทรกอีก 7 Rows 1 Column แล้วปรับขนาด

สิ่งที่ต้องค้นคว้าเพิ่มเติม

- ศึกษา Dreamweaver เพิ่มเติม แล้วนำมาประยุกต์ใช้ใน งานคู่ WebQuest

- สืบค้นเวบไซต์ที่ให้ความรู้ในเรื่องของการแต่งเวบแล้วโพสใน Project1

ข้อเสนอแนะ

- Dreamweaver เป็นเรืองใหม่และไม่ง่ายนัก วันนี้การสอนเป็นไปอย่างรวดเร็วทำให้ตามไม่ค่อยทัน แต่การทบทวนของอาจารย์ทำให้หนูเข้าใจมากขึ้นค่ะ

วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 04 [231109]

Learning Log Week 04 [231109]

สิ่งที่ได้เรียนรู้

-สัปดาห์นี้หนูไม่ได้มาเข้าชั้นเรียนเนื่องจากไม่สบาย จึงไม่ได้พรีเซนท์งาน แต่เพื่อนได้บอกว่าอาจารย์เปลี่ยนให้เป็นงานคู่ และต้องมาพรีเซนท์ใหม่อาทิตย์หน้า
-เพื่อได้เล่าให้ฟังว่าอาจารย์ให้นิสิตทุกคนออกไปพรีเซนท์ WebQuest ที่ได้ทำมา
เพื่อนๆทุกคนทำกันดีมาก แต่คนที่เด่นๆคือ ธมลวรรณ ข้าพเจ้าจึงไปขอธมลวรรณดูและได้เห็นผลงานแล้วว่าสวยจริง
-หลังจากย้ายมาเรียนที่ห้องคอม อาจารย์ได้สอนเกี่ยวกับเทคนิคของการ Slice ภาพ แต่เพื่อนบอกว่าเดี่ยวจะสอนข้าพเจ้าหลังจากที่เขาได้ศึกษาอย่างแม่นยำแล้ว

สิ่งที่ต้องค้นคว้าเพิ่มเติม
- ปรับปรุง WebQuest งานคู่

ข้อเสนอแนะ
-เมื่อวานหนูไม่สบายเลยไม่ได้มา แต่ได้ให้เพื่อนอธิบายเนื้อหาคร่าวๆให้ฟังค่ะ

วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 03 [161109]


สิ่งที่ได้เรียนรู้


ADDIE 's ISD Model การออกแบบการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ

Analyze - การวิเคราะห์

1. Goal ,, วิเคราะห์วัตถุประสงค์บทเรียน วัตถุประสงค์เว็บไซต์

2. Audience ,,กลุ่มเป้าหมาย

3. Environment ,, สภาพแวดล้อม hardware software

Design -การออกแบบ

1. Site Structure ,, โครงสร้างเว็บไซต์

2. Story Board ,, แผนการดำเนินงาน

3. Interface Design ,, แต่ละหน้าจะเป็นอย่างไร

Rapid Prototype การออกแบบภาพรวมคร่าวๆก่อนนำไปพัฒนาจริงเพื่อให้ได้เห็นภาพต้นแบบสามารถปรับแก้ได้

Devolope-การพัฒนา เชื่อมต่อกับ Rapid Prototype

1. Tools ,, Software กราฟฟิก เสียง vdo ฯลฯ

2. Teams ,, ทีมออกแบบเวป ทีมกราฟฟิก ทีมรวบรวม และจัดเรียงเนื้อหา ทีมตัดต่อ VDO ทีมพัฒนาเว็บ ทีมโปรแกรมเมอร์ ฯลฯ

Implement -การนำไปใช้

1. Pilots ,, การนำไปทดลองใช้ กับกลุ่มเป้าหมาย หรือผู้สอน ผู้เชี่ยวชาญ

2. Rollout Plans ,, การนำมาปรับแก้ก่อนนำไปใช้

Evaluate - การประเมินผล

1. SMEs ,, มองด้านเนื้อหา ผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบบทเรียน

2. Audience ,, ประเมินผลว่ากลุ่มเป้าหมายว่าใช้ เข้าใจ มีข้อสงสัยหรือไม่


Gange's

1.Gain attention ใช้ภาพสี เสียง แอนิเมชัน เพื่อดึงความสนใจจากผู้เรียน
2.Inform learner objective แจ้งให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ ใช้หน้าแรกในการนำเสนอวัตถุประสงค์

3.Stimulate recall of prior learning
กระตุ้นความรู้เดิม เพื่อเชี่อมโยงความรู้ใหม่ ใช้ถามตอบ real time chatroom post คำถามไว้ให้ตอบ pretest
4.Present the content
นำเสนอเนื้อหา รูปแบบสไลด์ e-document flash movie สรุปเนื้อหาเฉพาะคอนเซปท์ vdo clip CAI
5.Provide learning guidance
ให้คำแนะนำระหว่างกาเรียน โพสต์FAQ Help post คำถามไว้
6.Elicit performance
ตรวจสอบดู จากพฤติกรรม แบบฝึกหัด ควิซ ให้งานกลุ่ม ให้ผู้เรียนส่งงานผ่านcommunication tools
7.Provide feedback ให้ข้อเสนอแนะผู้เรียน ผู้สอนเสนอแนะประเด็นต่างผ่านทาง communication tool ได้ feedback ว่าถูกหรือผิด
8.Assess performance ประเมินผล ว่าได้เรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ไหม บนเว็บตรวจสอบโดยการเช็คว่าผู้เรียนเข้ามาเรียนกี่ครั้ง เสนอความคิดเห็นกี่ครั้ง ทำงานกลุ่ม ส่งเป็นชิ้นงาน
9.Enhance retention and transfer to the job เพิ่มเติม ทบทวน และการนำไปใช้ต่อ เชื่อมโยงกับโจทย์ case study สื่อสารผ่าน discussion board เป็นการบ้าน

หลักการในการออกแบบ WBI

เนื้อหา

- กำหนดวัตถุประสงค์
- เลือกใช้สี
- การใช้หัวข้อใหญ่ ย่อย
- ใช้ถ้อยคำ ง่าย สั้น กระชับ
- ใช้สื่อประสมต่างๆ ดึงดูดความสนใจ
- ใช้ตารางเพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรม


กิจกรรม


- แบบประสานเวลา chat เสียง
- ไม่ประสานเวลา blog email board
- แบบร่วมมือ ใช้ทั้งสองแบบประสมกัน


Site Structure Analyze การวิเคราะห์วัตถุประสงค์ของเว็บไซต์ กลุ่มผู้ชม/กลุ่มเป้าหมาย เนื้อหา และศึกษาแหล่งข้อมูลต่างๆ

Design

1. การเขียนsite structure สำคัญที่สุด กำหนดแผนผัง การจัดวางตำแหน่งwebpageทั้งหมด ช่วยให้ไม่สับสน จัดตามกลุ่มเนื้อหา/ กลุ่มผู้ชม

2. การเขียน storyboard

3. การออกแบบหน้าเว็บ page design

Page Design การออกแบบหน้าเว็บเพจ

1. Page header ส่วนบนสุด ใส่ชื่อเว็บ หรือผู้ให้การสนับสนุน เป็นส่วนที่ผู้ใช้จะมองมากที่สุด

2. Navigation Bar ส่วนที่เชื่อมโยงไปยัง webpage ต่างของเว็บ

3. Page body ใส่เนื้อหาหลัก มีตัวนำทางย่อยๆ นิยมอยู่ด้านขวา

4. Page footer ใส่ชื่อหน่วยงาน ชื่อทำ banner ผู้ให้การสนับสนุน

หลักการออกแบบ

1. ความเรียบง่าย ให้มีแต่องค์ประกอบหลักๆ

2. ความสม่ำเสมอ แต่ละหน้าไม่มีความแตกต่างกันมากเกินไป

3. การใช้สี โทนร้อน-เย็น ช่วยสร้างความพึงพอใช้ให้ผู้ใช้ มีอิทธิพลในการกระตุ้นอารมณ์ ที่ต่างกัน

สีโทนเย็น รู้สึกสงบ ความสุภาพ อ่อนโยน

สีโทนร้อน ตื่นเต้น รุนแรง ช่วยให้หายจากความเฉื่อยชา

สีโทนกลาง ขาว ดำ เทา น้ำตาล

การออกแบบระบบนำทาง ช่วยให้เข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว และไม่หลงทาง

เครื่องนำทาง ประกอบด้วย เมนูหลัก ปรากฏอยู่บนเว็บเพจทุกหน้า เมนูเฉพาะลุ่ม

เครื่องมือเสริม ช่องค้นหน้า แผนที่เว็บ

ระบบนำทางที่ดี

- เข้าถึงได้ง่าย

- สื่อความหมายดี

- มีความสม่ำเสมอ มีระบบ

- มีการตอบสนองเมื่อใช้งาน

- จำนวนรายการที่พอเหมาะ

- มีทางเลือกหลากหลาย

- มีลิงค์ให้กลับโฮมเพจเสมอ

สิ่งที่ต้องค้นคว้าเพิ่มเติม


- ทำ MS Powerpoint เพื่อนำเสนอในครั้งหน้าค่ะ


ข้อเสนอแนะ


- เนื้อหาเยอะมากจิงๆค่ะอาจารย์ ตอนเรียนก้อเหม็นยากันยุงมากๆด้วย

See University Magazine